ห้องสมุดประชาชนวัด




ความหมาย
                  ห้องสมุดประชาชนวัด หมายถึง สถานที่เป็นศูนย์รวบรวมหนังสือธรรมะ หนังสือทั่ว ๆ ไป วารสาร นิตยสาร เพื่อบริการแก่พระภิกษุและประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้และเป็นการส่งเสริมด้านคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม


ประวัติความเป็นมา
                  ห้องสมุดประชาชนแห่งแรกจัดตั้งที่วัดสุทัศน์เทพวราราม จังหวัดพระนคร โดยให้บริการแก่พระภิกษุ สามเณร นักเรียนปละประชาชนทั่วไปเข้าไปอ่านศึกษาค้นคว้าได้ตลอดเวลา ต่อมาได้จัดตั้งขึ้นที่วัดประยูรวงศาวาส จังหวัดธนบุรี และเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับห้องสมุดประชาชนวัดที่สังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน ในปี พ.ศ. 2536 ได้มีการเปลี่ยนชื่อห้องสมุดประชาชนวัดเป็นห้องสมุดประชาชนตำบล

สาระสำคัญ  
                   ห้องสมุดประชาชนวัด เป็นห้องสมุดที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้พระภิกษุ สามเณรและ ประชาชน ได้มีหนังสือเกี่ยวกับธรรมะ หนังสือทั่วไป ทั้งบันเทิงและสารคดี วารสารและหนังสือพิมพ์ไว้อ่านศึกษาค้นคว้าในเวลาว่างหรือเวลามาทำบุญที่วัด โดยมีพระภิกษุ สามเณร ศิษย์วัด เป็นผู้จัดดูแลและให้บริการห้องสมุดประชาชนวัดส่วนใหญ่ทางวัดจะเป็นผู้ดำเนินการทุกอย่าง ทั้งการจัดสร้างและดูแลอาคารสถานที่ หนังสือวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ มีทั้งที่สังกัดกรมการศาสนา และกรมการศึกษานอกโรงเรียน สำหรับแห่งที่สังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียนในปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นห้องสมุดประชาชนตำบล


                  ห้องสมุดประชาชนวัด  เป็นแหล่งบริการข่าวสารข้อมูลอีกประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของวัดและประชาชนในชุมชนเพื่อให้พระภิกษุ สามเณรและประชาชนใกล้เคียงร่วมกันจัดให้มีข่าวสารข้อมูลที่ทันสมัย ด้านศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรมไว้สำหรับอ่านศึกษาค้นคว้า ซึ่งเป็นเครือข่ายของห้องสมุดประชาชนอำเภอ

<>


ห้องสมุดประชาชนตำบล

                   ห้องสมุดประชาชนตำบล หมายถึง สถานที่เป็นศูนย์รวมเอกสารหนังสือ สิ่งพิมพ์และสื่อความรู้ประเภทต่าง ๆ เพื่อบริการและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดจนความจรรโลงใจตามความสนใจและความต้องการของแต่ละบุคคล โดยจัดเป็นเครือข่ายของห้องสมุดประชาชนอำเภอ

 
ประวัติความเป็นมา
                  ห้องสมุดประชาชนตำบลได้จัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2499 ที่ตำบลหนองตาขาว อำเภอบ้านม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ต่อมาได้มีการขยายเพิ่มมากขึ้นจนถึงปี พ.ศ. 2535 มีจำนวน 24 แห่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 กรมการศึกษานอกโรงเรียน มีนโยบายที่จะขยายห้องสมุดประชาชนตำบลอย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง โดยพัฒนามาจากที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน และ ศูนย์การเรียน ทำให้มีห้องสมุดประชาชนตำบลมากขึ้นจนถึง พ.ศ. 2536 จำนวน 689 แห่ง

 
สาระสำคัญ
                  ห้องสมุดประชาชนตำบล จัดตั้งขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจากชุมชนโดยเฉพาะวัดได้อนุญาตให้ใช้อาคารสถานที่เป็น ห้องสมุดประชาชนตำบลโดยทางรัฐบาลไม่มีงบประมาณสนับสนุนเป็นค่าก่อสร้าง แต่มีงบประมาณสนับสนุนด้านหนังสือ วารสารและหนังสือพิมพ์ให้ ห้องสมุดประชาชนตำบลส่วนใหญ่พัฒนามาจากที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน หรือศูนย์การเรียน หรือแหล่งความรู้หมู่บ้านหนังสือที่จัดไว้บริการส่วนมากจะเป็นวารสาร นิตยสารที่ได้รับบริจาคจากส่วนกลางและในพื้นที่ โดยมีอาสาสมัครจะเป็นผู้ให้บริการยืม - คืนหนังสือ ห้องสมุดประชาชนตำบลเป็นเครือข่ายของห้องสมุดประชาชนอำเภอ โดยเจ้าหน้าที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอจะจัดระบบการหมุนเวียนหนังสือจากห้องสมุดประชาชนอำเภอมาหมุนเวียนเป็น ครั้งคราว นอกจากนั้นยังมาให้ความรู้แนะนำแก่อาสาสมัครถึงวิธีการจัดหนังสือ เอกสาร และการจัด กิจกรรมให้เป็นครั้งคราว

บทสรุป
               ห้องสมุดประชาชนตำบลเป็นแหล่งให้บริการข่าวสาร ข้อมูลแก่ประชาชนในระดับพื้นที่ที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เพื่อช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสได้อ่านข่าวสาร ความรู้ใหม่ ๆ ทันต่อเหตุการณ์และยังเป็นการช่วยป้องกันการลืมหนังสือ ของประชาชนอีกด้วย

<>


ห้องสมุดประชาชนอำเภอ





                   ความหมาย ห้องสมุดประชาชนอำเภอ หมายถึง สถานให้บริการข้อมูลข่าวสารและจัดการเรียนการสอนจากสื่อ ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอแต่ละแห่ง กำกับดูแลโดยศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ

ประวัติความเป็นมา
                  ห้องสมุดประชาชนอำเภอได้เริ่มจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486 ที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสาขาของห้องสมุดประชาชนจังหวัด มีหน้าที่ให้บริการแก่ประชาชน ณ ที่ตั้งอำเภอ และอาจหมุนเวียนหนังสือและวัสดุถึงประชาชนใน ชนบทด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 คณะรัฐบาลได้มีมติให้จัดตั้งห้องสมุดประชาชนอำเภอขึ้นอำเภอละ 1 แห่ง โดยมอบหมายให้กระทรวง ศึกษาธิการเป็นฝ่ายดำเนินการ และกระทรวงมหาดไทยเป็นฝ่ายจัดสถานที่ แต่มีปัญหาอุปสรรคบางประการทำให้ไม่สามารถจัดตั้งห้องสมุด ประชาชนอำเภอครบทุกอำเภอได้ 
                  ต่อมาปี พ.ศ. 2536 กรมการศึกษานอกโรงเรียนมีนโยบายที่จะปรับห้องสมุดประชาชนอำเภอ เป็นสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการ เรียนการสอนทั้งนอกระบบและในระบบโรงเรียน ในปี พ.ศ. 2537 มีห้องสมุดประชาชนอำเภอ 502 แห่ง

                      สาระสำคัญ                                             
                  ห้องสมุดประชาชนอำเภอจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนในเขตอำเภอที่บริการมีข่าวสารข้อมูลได้อ่านศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ และสื่อความรู้ต่าง ๆ และเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและเป็นที่เผยแพร่วัฒนธรรมและความบันเทิงสำหรับประชาชนด้านการจัดสร้าง ห้องสมุดประชาชนอำเภอส่วนใหญ่ได้รับความร่วมมือจากชุมชนบริจาคที่ดิน เงิน วัสดุ ครุภัณฑ์ สมทบกับงบประมาณของทาง รัฐบาลสร้างปีละประมาณ 15 - 20 แห่ง แต่ในปี พ.ศ. 2537 กรมการศึกษานอกโรงเรียนมีนโยบายจะสร้างห้องสมุดประชาชนอำเภอ จำนวน 100 - 200 แห่ง โดยให้ชุมชนหาเงินสมทบอย่างน้อยแห่งละ 100,000บาท  

โครงสร้างของห้องสมุดประชาชนอำเภอ   
1. ฝ่ายวิชาการ แบ่งออกเป็น 3 งาน
          1.1 1.1 งานการเรียนการสอน
          1.2 งานบริการชุมชน
          1.3 งานสนับสนุนที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน

2. งานธุรการ แบ่งออกเป็น
           2.1 บริหารทั่วไป เกี่ยวกับธุรการ สารบรรณ การเงิน พัสดุ อาคารสถานที่
           2.2 เทคนิคเฉพาะเกี่ยวกับจัดทำหมู่รายการค้นซ่อมหนังสือ ฯลฯ

บทบาทหน้าที่ของห้องสมุดประชาชนอำเภอดังนี้ 
1. ศึกษา สำรวจ และจัดหาสื่อต่าง ๆ สำหรับจัดกิจกรรมทางการศึกษา ทั้ง 3 รูปแบบ คือ การศึกษานอกโรงเรียน ส่งเสริมการศึกษาในระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
2. จัดทำแผนการเรียนการสอนและกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการจัดกิจกรรมการเรียน การสอน และบริการข้อมูลและสนับสนุนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน
3. จัดทำโครงการให้บริการและจัดกิจกรรมตามแผน
4. ดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาโดยการจัดดำเนินการเองและประสานงานส่งเสริมสนับสนุนและหน่วยงานอื่นจัด
5. พัฒนาและส่งเสริมรูปแบบ วิธีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนการสอนทั้งในและนอกระบบโรงเรียน โดยใช้เทคนิคใหม่ ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ การสื่อสารจากดาวเทียม
6. สนับสนุนให้มีการสรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถพิเศษ เช่น ภูมิปัญญา ท้องถิ่น วิทยากรวิชาชีพ กลุ่มสนใจ และอาสาสมัครรูปแบบต่าง ๆ มาช่วยดำเนินงานห้องสมุด
7. จัดและให้บริการสถานที่ประชุม สัมมนา การแสดงผลิตภัณฑ์กิจกรรมของเด็กและครอบครัว กิจกรรมเอนกประสงค์ของชุมชนโดยเน้นด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ด้านส่งเสริมการดำเนินงานธุรกิจในห้องสมุดด้านส่งเสริมการจัดนันทนาการสวนสุขภาพ สถานที่พักผ่อน สนามเด็กเล่น และกิจกรรมชุมชนอื่น ๆ ที่เหมาะสม
8. ส่งเสริมและสนับสนุนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
9. ประเมินผลการให้บริการและการจัดกิจกรรม
10. ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการกัดกิจกรรมต่อไปอย่างต่อเนื่อง

บทสรุป
                  

ห้องสมุดประชาชนอำเภอ เป็นสถานศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนการสอนทั้งนอกและในระบบโรงเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนนักศึกษาสูงขึ้น และยังส่งเสริมให้ประชาชนได้มีข่าวสารข้อมูลที่ทันสมัยได้อ่านศึกษาค้นคว้าเพื่อใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ให้ดีขึ้น


<>



ห้องสมุดประชาชนจังหวัด






              ความหมาย ห้องสมุดประชาชนจังหวัด หมายถึง สถานให้บริการข้อมูลข่าวสารและจัดการเรียนการสอน ด้วยสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อสิ่งพิมพ์ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำกับดูแลโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด

ประวัติความเป็นมา
             ห้องสมุดประชาชนจังหวัดจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2482 ที่จังหวัดอุบลราชธานี มีหน้าที่บริการแก่ ประชาชน ณ ที่ตั้งจังหวัดและเป็นศูนย์กลางการหมุนเวียนหนังสือและวัสดุภายในจังหวัด ต่อมาในปี พ.ศ.2492 รัฐบาลมีนโยบายจัดการศึกษาผู้ใหญ่กว้างขวางและเหมาะสมกับสถานการณ์ จึงได้ขยายงานด้านการศึกษาประชาชน ในปี พ.ศ.2494 จังหวัดต่าง ๆ ได้ตั้งห้องสมุดประชาชนจังหวัดเพิ่มขึ้นอีกหลายจังหวัด จนมีห้องสมุดประชาชนจังหวัดครบทุกแห่ง

สาระสำคัญ
             ห้องสมุดประชาชนจังหวัดจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนในเขตอำเภอเมืองและบริเวณใกล้เคียงในจังหวัด มีแหล่งข่าวสารข้อมูลและสื่อความรู้ต่าง ๆ ได้ศึกษาค้นคว้า โดยมีคณะกรรมการห้องสมุดเป็นผู้บริหารงานและมีเจ้าหน้าที่ห้องสมุด หรือบรรณารักษ์เป็นผู้ให้บริการ และจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยกรมการศึกษานอกโรงเรียนมีนโยบายให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหาร งานมากขึ้น เพื่อให้สนองความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

               ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอยู่ในความควบคุมดูแลของฝ่ายสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดมี ฝ่ายและงานต่าง ๆ ดังนี้

                  1. ฝ่ายวิชาการ แบ่งออกเป็น 3 งาน
                      1.1 งานการเรียนการสอน
                      1.2 งานบริการชุมชน
                      1.3 งานสนับสนุนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน

                  2. งานธุรการ แบ่งออกเป็น
                      2.1 บริหารทั่วไป เกี่ยวกับงานธุรการ สารบรรณ การเงิน พัสดุ อาคารสถานที่
                      2.2 เทคนิคเฉพาะเกี่ยวกับการจัดหมู่ ทำรายการค้น ซ่อมหนังสือ ฯลฯ

บทบาทหน้าที่ของห้องสมุดประชาชนจังหวัดมีดังนี้
                  1. ศึกษา สำรวจ และจัดหาสื่อต่าง ๆ สำหรับจัดกิจกรรมทางการศึกษา ทั้ง 3 รูปแบบ คือ การศึกษานอกโรงเรียน ส่งเสริมการศึกษาในระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย
                  2. จัดทำแผนการเรียนการสอน และกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนและบริการข้อมูล และสนับสนุนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน
                  3. จัดทำโครงการให้บริการและจัดกิจกรรมตามแผน
                  4. ดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาโดยการจัดดำเนินการเอง และประสานงานส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคลและหน่วยงานที่อื่นจัด
                   5. พัฒนาและส่งเสริมรูปแบบ วิธีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนการสอนทั้งในและนอกระบบโรงเรียน โดยใช้เทคนิคใหม่ ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ การสื่อสารจากดาวเทียม
                   6. สนับสนุนให้มีการสรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถพิเศษ เช่น ภูมิปัญญา ท้องถิ่น วิทยากรวิชาชีพ กลุ่มสนใจและอาสาสมัครรูปแบบต่าง ๆ มาช่วยดำเนินงาน
                   7. จัดและให้บริการสถานที่ประชุม สัมมนา การแสดงผลิตภัณฑ์กิจกรรมของเด็กและครอบครัว กิจกรรมเอนกประสงค์ของชุมชน โดยเน้นด้านการศึกษาศิลปะและวัฒนธรรม ด้านส่งเสริม การดำเนินงานธุรกิจในห้องสมุดด้านส่งเสริมการจัดนันทนาการ สวนสุขภาพ สถานที่พักผ่อน สนามเด็กเล่นและกิจกรรมชุมชนอื่น ๆ ที่เหมาะสม
                   8. ส่งเสริมและสนับสนุนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
                   9. ประเมินผลการให้บริการและการจัดกิจกรรม
                   10. ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการจัดกิจกรรมต่อไปอย่างต่อเนื่อง

บทสรุป  
                 ห้องสมุดประชาชนจังหวัด เป็นสถานศึกษาที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนทั้งนอกและในระบบโรงเรียน ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน นักศึกษาสูงขึ้น โดยการจัดหาหนังสือและสื่อความรู้ประเภทต่าง ๆ ที่สอดคล้องกัลหลักสูตรทั้งในและนอกโรงเรียนไว้บริการเพื่อให้ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเป็นศูนย์การเรียนของชุมชนอย่างแท้จริง
 
BACK