ห้องสมุดประชาชนตำบล หมายถึง สถานที่เป็นศูนย์รวมเอกสารหนังสือ สิ่งพิมพ์และสื่อความรู้ประเภทต่าง
ๆ เพื่อบริการและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดจนความจรรโลงใจตามความสนใจและความต้องการของแต่ละบุคคล
โดยจัดเป็นเครือข่ายของห้องสมุดประชาชนอำเภอ
ประวัติความเป็นมา
ห้องสมุดประชาชนตำบลได้จัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2499 ที่ตำบลหนองตาขาว
อำเภอบ้านม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ต่อมาได้มีการขยายเพิ่มมากขึ้นจนถึงปี
พ.ศ. 2535 มีจำนวน 24 แห่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 กรมการศึกษานอกโรงเรียน
มีนโยบายที่จะขยายห้องสมุดประชาชนตำบลอย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง โดยพัฒนามาจากที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน
และ ศูนย์การเรียน ทำให้มีห้องสมุดประชาชนตำบลมากขึ้นจนถึง พ.ศ. 2536
จำนวน 689 แห่ง
สาระสำคัญ
ห้องสมุดประชาชนตำบล จัดตั้งขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจากชุมชนโดยเฉพาะวัดได้อนุญาตให้ใช้อาคารสถานที่เป็น
ห้องสมุดประชาชนตำบลโดยทางรัฐบาลไม่มีงบประมาณสนับสนุนเป็นค่าก่อสร้าง
แต่มีงบประมาณสนับสนุนด้านหนังสือ วารสารและหนังสือพิมพ์ให้ ห้องสมุดประชาชนตำบลส่วนใหญ่พัฒนามาจากที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน
หรือศูนย์การเรียน หรือแหล่งความรู้หมู่บ้านหนังสือที่จัดไว้บริการส่วนมากจะเป็นวารสาร
นิตยสารที่ได้รับบริจาคจากส่วนกลางและในพื้นที่ โดยมีอาสาสมัครจะเป็นผู้ให้บริการยืม
- คืนหนังสือ ห้องสมุดประชาชนตำบลเป็นเครือข่ายของห้องสมุดประชาชนอำเภอ
โดยเจ้าหน้าที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอจะจัดระบบการหมุนเวียนหนังสือจากห้องสมุดประชาชนอำเภอมาหมุนเวียนเป็น
ครั้งคราว นอกจากนั้นยังมาให้ความรู้แนะนำแก่อาสาสมัครถึงวิธีการจัดหนังสือ
เอกสาร และการจัด กิจกรรมให้เป็นครั้งคราว
บทสรุป
ห้องสมุดประชาชนตำบลเป็นแหล่งให้บริการข่าวสาร ข้อมูลแก่ประชาชนในระดับพื้นที่ที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด
เพื่อช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสได้อ่านข่าวสาร ความรู้ใหม่ ๆ ทันต่อเหตุการณ์และยังเป็นการช่วยป้องกันการลืมหนังสือ
ของประชาชนอีกด้วย
<>
ห้องสมุดประชาชนอำเภอ

ความหมาย ห้องสมุดประชาชนอำเภอ หมายถึง สถานให้บริการข้อมูลข่าวสารและจัดการเรียนการสอนจากสื่อ
ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอแต่ละแห่ง
กำกับดูแลโดยศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ
ประวัติความเป็นมา
ห้องสมุดประชาชนอำเภอได้เริ่มจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486 ที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอบางบ่อ
จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสาขาของห้องสมุดประชาชนจังหวัด มีหน้าที่ให้บริการแก่ประชาชน
ณ ที่ตั้งอำเภอ และอาจหมุนเวียนหนังสือและวัสดุถึงประชาชนใน ชนบทด้วย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 คณะรัฐบาลได้มีมติให้จัดตั้งห้องสมุดประชาชนอำเภอขึ้นอำเภอละ
1 แห่ง โดยมอบหมายให้กระทรวง ศึกษาธิการเป็นฝ่ายดำเนินการ และกระทรวงมหาดไทยเป็นฝ่ายจัดสถานที่
แต่มีปัญหาอุปสรรคบางประการทำให้ไม่สามารถจัดตั้งห้องสมุด ประชาชนอำเภอครบทุกอำเภอได้
ต่อมาปี พ.ศ. 2536 กรมการศึกษานอกโรงเรียนมีนโยบายที่จะปรับห้องสมุดประชาชนอำเภอ
เป็นสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการ เรียนการสอนทั้งนอกระบบและในระบบโรงเรียน
ในปี พ.ศ. 2537 มีห้องสมุดประชาชนอำเภอ 502 แห่ง
สาระสำคัญ
ห้องสมุดประชาชนอำเภอจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนในเขตอำเภอที่บริการมีข่าวสารข้อมูลได้อ่านศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ
และสื่อความรู้ต่าง ๆ และเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและเป็นที่เผยแพร่วัฒนธรรมและความบันเทิงสำหรับประชาชนด้านการจัดสร้าง
ห้องสมุดประชาชนอำเภอส่วนใหญ่ได้รับความร่วมมือจากชุมชนบริจาคที่ดิน
เงิน วัสดุ ครุภัณฑ์ สมทบกับงบประมาณของทาง รัฐบาลสร้างปีละประมาณ 15
- 20 แห่ง แต่ในปี พ.ศ. 2537 กรมการศึกษานอกโรงเรียนมีนโยบายจะสร้างห้องสมุดประชาชนอำเภอ
จำนวน 100 - 200 แห่ง โดยให้ชุมชนหาเงินสมทบอย่างน้อยแห่งละ 100,000บาท
โครงสร้างของห้องสมุดประชาชนอำเภอ
1.
ฝ่ายวิชาการ แบ่งออกเป็น 3 งาน
1.1 1.1 งานการเรียนการสอน
1.2 งานบริการชุมชน
1.3 งานสนับสนุนที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน
2. งานธุรการ แบ่งออกเป็น
2.1 บริหารทั่วไป
เกี่ยวกับธุรการ สารบรรณ การเงิน พัสดุ อาคารสถานที่
2.2 เทคนิคเฉพาะเกี่ยวกับจัดทำหมู่รายการค้นซ่อมหนังสือ
ฯลฯ
บทบาทหน้าที่ของห้องสมุดประชาชนอำเภอดังนี้
1.
ศึกษา สำรวจ และจัดหาสื่อต่าง ๆ สำหรับจัดกิจกรรมทางการศึกษา ทั้ง 3
รูปแบบ คือ การศึกษานอกโรงเรียน ส่งเสริมการศึกษาในระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
2. จัดทำแผนการเรียนการสอนและกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน และบริการข้อมูลและสนับสนุนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน
3. จัดทำโครงการให้บริการและจัดกิจกรรมตามแผน
4. ดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาโดยการจัดดำเนินการเองและประสานงานส่งเสริมสนับสนุนและหน่วยงานอื่นจัด
5. พัฒนาและส่งเสริมรูปแบบ วิธีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนการสอนทั้งในและนอกระบบโรงเรียน
โดยใช้เทคนิคใหม่ ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ การสื่อสารจากดาวเทียม
6. สนับสนุนให้มีการสรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถพิเศษ เช่น ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น วิทยากรวิชาชีพ กลุ่มสนใจ และอาสาสมัครรูปแบบต่าง ๆ มาช่วยดำเนินงานห้องสมุด
7. จัดและให้บริการสถานที่ประชุม สัมมนา การแสดงผลิตภัณฑ์กิจกรรมของเด็กและครอบครัว
กิจกรรมเอนกประสงค์ของชุมชนโดยเน้นด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ด้านส่งเสริมการดำเนินงานธุรกิจในห้องสมุดด้านส่งเสริมการจัดนันทนาการสวนสุขภาพ
สถานที่พักผ่อน สนามเด็กเล่น และกิจกรรมชุมชนอื่น ๆ ที่เหมาะสม
8. ส่งเสริมและสนับสนุนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
9. ประเมินผลการให้บริการและการจัดกิจกรรม
10. ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการกัดกิจกรรมต่อไปอย่างต่อเนื่อง
บทสรุป
ห้องสมุดประชาชนอำเภอ
เป็นสถานศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนการสอนทั้งนอกและในระบบโรงเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนนักศึกษาสูงขึ้น
และยังส่งเสริมให้ประชาชนได้มีข่าวสารข้อมูลที่ทันสมัยได้อ่านศึกษาค้นคว้าเพื่อใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่
ให้ดีขึ้น
<>
ห้องสมุดประชาชนจังหวัด

ความหมาย ห้องสมุดประชาชนจังหวัด หมายถึง สถานให้บริการข้อมูลข่าวสารและจัดการเรียนการสอน
ด้วยสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อสิ่งพิมพ์ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำกับดูแลโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด
ประวัติความเป็นมา
ห้องสมุดประชาชนจังหวัดจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2482 ที่จังหวัดอุบลราชธานี
มีหน้าที่บริการแก่ ประชาชน ณ ที่ตั้งจังหวัดและเป็นศูนย์กลางการหมุนเวียนหนังสือและวัสดุภายในจังหวัด
ต่อมาในปี พ.ศ.2492 รัฐบาลมีนโยบายจัดการศึกษาผู้ใหญ่กว้างขวางและเหมาะสมกับสถานการณ์
จึงได้ขยายงานด้านการศึกษาประชาชน ในปี พ.ศ.2494 จังหวัดต่าง ๆ ได้ตั้งห้องสมุดประชาชนจังหวัดเพิ่มขึ้นอีกหลายจังหวัด
จนมีห้องสมุดประชาชนจังหวัดครบทุกแห่ง
สาระสำคัญ
ห้องสมุดประชาชนจังหวัดจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนในเขตอำเภอเมืองและบริเวณใกล้เคียงในจังหวัด
มีแหล่งข่าวสารข้อมูลและสื่อความรู้ต่าง ๆ ได้ศึกษาค้นคว้า โดยมีคณะกรรมการห้องสมุดเป็นผู้บริหารงานและมีเจ้าหน้าที่ห้องสมุด
หรือบรรณารักษ์เป็นผู้ให้บริการ และจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยกรมการศึกษานอกโรงเรียนมีนโยบายให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหาร
งานมากขึ้น เพื่อให้สนองความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง
ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอยู่ในความควบคุมดูแลของฝ่ายสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดมี
ฝ่ายและงานต่าง ๆ ดังนี้
1. ฝ่ายวิชาการ แบ่งออกเป็น 3 งาน
1.1 งานการเรียนการสอน
1.2 งานบริการชุมชน
1.3 งานสนับสนุนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน
2. งานธุรการ แบ่งออกเป็น
2.1 บริหารทั่วไป เกี่ยวกับงานธุรการ สารบรรณ การเงิน พัสดุ อาคารสถานที่
2.2 เทคนิคเฉพาะเกี่ยวกับการจัดหมู่ ทำรายการค้น ซ่อมหนังสือ ฯลฯ
บทบาทหน้าที่ของห้องสมุดประชาชนจังหวัดมีดังนี้
1. ศึกษา สำรวจ และจัดหาสื่อต่าง ๆ สำหรับจัดกิจกรรมทางการศึกษา ทั้ง
3 รูปแบบ คือ การศึกษานอกโรงเรียน ส่งเสริมการศึกษาในระบบโรงเรียน
และการศึกษาตามอัธยาศัย
2. จัดทำแผนการเรียนการสอน และกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนและบริการข้อมูล และสนับสนุนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน
3. จัดทำโครงการให้บริการและจัดกิจกรรมตามแผน
4. ดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาโดยการจัดดำเนินการเอง และประสานงานส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคลและหน่วยงานที่อื่นจัด
5. พัฒนาและส่งเสริมรูปแบบ วิธีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนการสอนทั้งในและนอกระบบโรงเรียน
โดยใช้เทคนิคใหม่ ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ การสื่อสารจากดาวเทียม
6. สนับสนุนให้มีการสรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถพิเศษ เช่น ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น วิทยากรวิชาชีพ กลุ่มสนใจและอาสาสมัครรูปแบบต่าง ๆ มาช่วยดำเนินงาน
7. จัดและให้บริการสถานที่ประชุม สัมมนา การแสดงผลิตภัณฑ์กิจกรรมของเด็กและครอบครัว
กิจกรรมเอนกประสงค์ของชุมชน โดยเน้นด้านการศึกษาศิลปะและวัฒนธรรม ด้านส่งเสริม
การดำเนินงานธุรกิจในห้องสมุดด้านส่งเสริมการจัดนันทนาการ สวนสุขภาพ
สถานที่พักผ่อน สนามเด็กเล่นและกิจกรรมชุมชนอื่น ๆ ที่เหมาะสม
8. ส่งเสริมและสนับสนุนที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
9. ประเมินผลการให้บริการและการจัดกิจกรรม
10. ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการจัดกิจกรรมต่อไปอย่างต่อเนื่อง
บทสรุป
ห้องสมุดประชาชนจังหวัด เป็นสถานศึกษาที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนทั้งนอกและในระบบโรงเรียน
ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน นักศึกษาสูงขึ้น โดยการจัดหาหนังสือและสื่อความรู้ประเภทต่าง
ๆ ที่สอดคล้องกัลหลักสูตรทั้งในและนอกโรงเรียนไว้บริการเพื่อให้ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเป็นศูนย์การเรียนของชุมชนอย่างแท้จริง
BACK